NAT 的个人资料[NASSTY]日志列表 工具 帮助

RAWANGPAI NAT

职业
兴趣
liverpool liverpool
8月11日

คุยกับไอ่เมา(ภาค2)~*

[NASSTY] : เออ เมื่อวันเสาร์ตอนมึงออกไปข้างนอก
theBall : ...
[NASSTY] : กูไปเคาะห้องมึง เป็นจังหวะช้าๆ ทิ้งช่วงละ 1 วินาที ก๊อก.....ก๊อก....ก๊อก.....ก๊อก.....ก๊อก.....
[NASSTY] : สิบ ยี่สิบทีได้ กูก็ได้ยินเสียงเล็ดลอดมาจากภายในเรียกชื่อมึงเบาๆ
[NASSTY] : บอล.... บอล.... บอล.... บ๊อล.... บ๊อล.... ตามกลับออกมาเป็นจังหวะเหมือนกัน
[NASSTY] : แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดประตูออกมา
theBall : - -
[NASSTY] : ช่วงนาทีระทึกใจตอนนั้น ในใจกูพลางคิดในแง่ดีว่า ไอ่นิกกี้มันคงรำคาญเสียงเคาะ แล้ว เรียกชื่อมึง ไล่ให้ไปเปิด
[NASSTY] : กูเลยเคาะต่อกลับไปในจังหวะเดิม เสียง เรียกก็ยังคงดังกลับมา แต่คราวนี้ ดังขึ้นอีกนิด
[NASSTY] : ในจังหวะวัดใจนั้น ประตูก็เริ่มแง้มออกมา!!
theBall : - -
[NASSTY] : ปรากฏว่าเป็นยายมึง ท่าทางหลอนๆ หวาดกลัว ระทึกๆ อยู่ข้างใน
[NASSTY] : แล้วกูก็ลำดับเหตุการณ์ และเข้าใจได้ในที่สุด
theBall : ..........
theBall : มึงทำยายกูหัวใจวายไปทำไงวะ
[NASSTY] : ...... กูจะไปรู้เหรอว่ายายมึงมา ไม่เห็นมึงแปะป้ายไว้หน้าประตู

[NASSTY]
7月24日

นักโทษกับหลอดไฟ

มีนักโทษ 100 คนถูกขังเดี่ยว ในแต่ละห้องขังไม่มีหน้าต่างและกักเก็บเสียงได้
มีห้องโถงกลางที่มีหลอดไฟอยู่ในห้องหนึ่งดวง ในตอนแรกสุด หลอดไฟดวงนั้นปิดอยู่ นักโทษทุกคนไม่สามารถเห็นห้องโถงกลางหรือแสงไฟได้จากห้องขังของตนเอง
ทุกๆวันผู้คุมนักโทษจะเลือกนักโทษหนึ่งคนออกมาที่ห้องโถงแบบสุ่ม(มีโอกาสที่คนเดิมถูกเรียกไปห้องโถงซ้ำ) ในระหว่างที่อยู่ในห้องโถง นักโทษสามารถเปิด-ปิดสวิทช์หลอดไฟได้ตามความพอใจ เมื่อสิ้นสุดวันนักโทษคนนั้นจะถูกพากลับห้องของตนเอง
นักโทษทุกคนได้รับข้อเสนอว่า หากเขาตอบได้อย่างมั่นใจว่าทุกคนได้ไปเยือนห้องโถงกลางมาแล้ว (โดยที่เป็นความจริง โดยที่เป็นใครก็ได้สักคนที่มั่นใจ) ทุกคนจะได้รับการปล่อยเป็นอิสระและได้รับเชิญเข้าร่วมไปอยู่ในสถาบัน MENSA (สถาบันที่คน IQ สูงกว่า 140 เขาอยู่กัน) แต่หากพวกเขายังไม่ได้ไปเยือนครบทุกคนแล้วตอบไปเช่นนั้น ทุกคนก็จะถูกสังหารสิ้น
อนึ่ง นักโทษทุกคนได้รับอนุญาตให้ปรึกษากันก่อนถูกขังเป็นเวลาหนึ่งคืน หลังจากคืนนั้นแล้ว นักโทษไม่มีโอกาสติดต่อสื่อสารหรือส่งสัญญาณถึงกันกันได้อีกเลย แม้แต่ตอนตอบคำถาม
คำถามคือ กลวิธีใดที่นักโทษควรเลือกใช้?

[NASSTY]
7月14日

คุยเอ็มกะไอ่เมา(ภาค1)~*

-[NASSTY] ~ :
ไอ่อาร์ตมานเป็นเด็กในแผนกกูเอง ทำงานเกี่ยวกะออกแบบ ดีสเพลย์ ทั่วไป
-[NASSTY] ~ :
เพราะฉนั้นงานที่รับผิดชอบมันจึงน้อยกว่าชาวบ้าน
-[NASSTY] ~ :
วันหนึ่ง.... คอมพิวเตอร์ที่มันใช้งานอยู่ เกิดเจ๊งขึ้นมาเฉยๆ และในวันเดียวกันนั้น
เพ่กั๋นซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับ ไอที แกไปยกจอคอมพิวเตอร์แล้วเกิดพลาดท่า หลังเดี้ยง
ต้องช่วยกันหามส่งโรงพยาบาล
-[NASSTY] ~ :
ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ ไอ่อาร์ต นั่งจ้องหน้าจอบลูสกรีนไปเฉยๆ 4-5 วัน (บางครั้งเบื่อๆ
ก็ปิดจอให้มันเป็นสีดำ สลับกันมั่งเพื่อหลีกเลี่ยงความจำเจ)
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
...................................................
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
พี่กั๋นมึง ออกมารึยังวะ
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
แล้ว นอกจากแกแล้วไม่มีคนอื่นเลยรึไงวะที่ดูแลเรื่องคอม
-[NASSTY] ~ :
โต๊ะตัวที่ไอ่อาร์ตมันนั่ง เป็นทำเลทองที่ใครๆก็ไม่อยากได้ เพราะมันเป็น
ทางสามแพร่งที่ผู้บริหารคนไหนก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
ตกที่นั่งลำบากดีจิงๆ
-[NASSTY] ~ :
กว่าที่เพ่กั๋นจะ ดามหลังเสร็จกลับมาซ่อมคอมได้ต่อ ก็ทำให้ไอ่อาร์ตถูกวิพากวิจารย์อย่างหนัก
เพราะผู้บริหารเค้าไม่รู้ว่ามันคอมเสีย งานแม่งก็ไม่มีอยู่แล้ว ยัง เดินไปเดินมา
เค้าสั่งงาน วางแปลน แค่เสา 4 ต้น กะระบุขนาด 4-5 วันยังทำไม่เสร็จ
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] - วัตถุเมาไว says (17:26):
- - ชีวิตมานน่าเศร้า
-[NASSTY] ~ :
ด้วยเหตุนี้เอง เค้าจึงรวมหัวกันแล้วเรียกหัวหน้าแผนกกูไปด่าอย่างหนัก
-[NASSTY] ~ :
พอออกมาเค้าก็มากดดันมันต่ออีกทอด
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
ปฐิกริยา ลูกโซ่
-[NASSTY] ~ :
เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้ มันยังมีภาค 2
-[NASSTY] ~:
วันนี้นี่เอง
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
......
-[NASSTY] ~ :
คอมมันเน่าอีกแล้ว
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
....................
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
เป็นกู
-[NASSTY] ~ :
แล้วด้วยความรักตัวกลัวตายเพ่กันก็ไม่อยู่ ฉิบหายล่ะสิ
ผู้บริหารเริ่มก้าวเท้าเข้าออฟฟิสกันทีละคนสองคนแล้ว
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
....
-[NASSTY] ~ :
มันรีบต่อสายไปยังโอเปอร์เรเตอร์ ให้โทรตามตัวเพ่กั๋นอย่างเร่งด่วน
แต่ อนิจจา พี่กั๋นอยู่ไกลเกินกว่าจะคว้าตัวมาอยู่ในอ้อมกอดได้เสียแล้ว
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
....แล้ว
-[NASSTY] ~ :
แต่ด้วยไหวพริบและ ความอัฉริยะของมัน
-[NASSTY] ~ :
มัน มัน มัน.......
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
- - "
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
อะไรวะ
-[NASSTY] ~ :
เปิดเข้า save mode เปิดไฟล์ภาพ plan ทิ้งไว้ แล้ว ลากเมาส์ไปมา เหงื่อแตกพลั่กๆๆ
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
........................................................................
-[NASSTY] ~ :
-*- หลอกให้ผู้บริหารตายไจว่ามันกำลังทำงาน
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
แม๊กกายเวอร์
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
ทำไมมันไม่เสียสละ
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
ช่วงพักเที่ยง ยื้มคอมชาวบ้านใช้วะ
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
แล้วฝากซื้อข้าวเอา
-[NASSTY] ~ :
ช่วงนี้งานมันหมด ไม่มีอะไรจะทำแล้ว
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
หรือไม่ก็ OT ไปยื้มใช้คอม ทำหลังคนอื่นออกไป
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
- -
-[NASSTY] ~ :
มาของานไดคัทกูทำจนหมดสต๊อกแล้วเนี่ย
- [ theBall อุ่นวงษ์ Family ] :
แสรด
-[NASSTY] ~ :
กูจะซวยเอา ไม่มีอะไรทำ เด๋วโดนเพ่งเล็ง

[NASSTY]
5月28日

ทางเลือกและคนมีบาป~**

เมื่อถึงคราวที่คุณต้องเลือกอะไรสักอย่าง.....คุณจะเลือกอย่างไร
          เบื้องหน้าของเด็กชายต่อคือรถเข็นขายตับไก่ย่างสุดโปรดที่มันสู้อุตส่าห์เดินเท้าร่วม 2 กิโลพร้อมกับเงิน 5 บาทที่แม่ของมันให้ไว้เป็นค่าขนมสำหรับวันนี้ ถัดไปข้างรถเข็นคือพี่วินมอเตอร์ไซด์ที่กำลังรอผู้โดยสาร

           มันก้มลงมองเหรียญ 5 ในมือ แล้วพูดกับตัวเองว่า " สวรรค์ช่างเหี้ยมโหดนัก โชคชะตากำลังเล่นตลกกับกูเข้าแล้วหรืออย่างไร ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นั่งๆ นอนๆอยู่กับบ้านตั้งนาน ก็ดันไม่มีอาการปวด แม้แต่น้อย ตับไก่ย่างสุดโปรดมันอยู่ตรงหน้ากูนี่เองสาดดด!!! "

          บนใบหน้าของมันผุดเหงื่อยางตายเม็ดเป้งๆไหลย้อยลงมา ขนทั้งตัวลุกชูชัน ณ เวลานี้ลมปราณทั้งหมดของมันกำลังต้านทานกองทัพไอ้เหลืองจำนวนมหาศาลที่กำลังกระทุ้งประตูอย่างบ้าคลั่ง วินาทีแห่งการตัดสินใจของมันเหลืออีกเพียงน้อยนิด

[ทางเลือกแรก ยอมวัดดวงกับไอ้เหลืองตัดใจซื้อตับไก่ย่างไม้นั้นแล้ววิ่งกลับบ้านสุดชีวิตและแน่นอนถ้าเลือกเส้นทางนี้ชิ้นส่วนของไอ่เหลืองจะต้องทะลักออกมาชมโลกภายนอกได้ไม่มากก็น้อยก่อนที่มันจะถึงบ้าน แต่มันก็ยังดีกว่ากลับบ้านมือเปล่า ใช่แล้วการจะได้อะไรมาสักอย่างหนึ่งเราก็จำเป็นที่จะต้องแลกหรือยอมสูญเสียอะไรบางสิ่งไปบ้างมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ

[ทางเลือกที่สอง รักษาชีวิตตัวเองเอาไว้โดยการกระโดดขึ้นรถพี่วินมอเตอร์ไซด์หน้าโหดที่กำลังบิดคันเร่งและส่งยิ้มทักทายอย่างเชื้อเชิญอยู่เบื้องหน้า แจ้นกลับไปยังโถแห่งความสุขแล้วปลอดปล่อยกองกำลังติดอาวุธ(เชื้อโลก)ให้เป็นอิสระ เป็นการกลับสู่มาตุภูมิอย่างอัปยศอดสู การเดินทางด้วยเท้าร่วม 2 กิโลเมตรพร้อมกับเงิน 5 บาทจะสูญเปล่า.....ไม่หรอกน่าสักวันหนึ่งเราจะต้องมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้งอย่างผู้ชนะ


~ ไม่ว่าเลือกเส้นทางไหน มันก็ปวดร้าวทั้งนั้น ~


          นั่นคืออุปสรรคชีวิตเล็กๆของมันในวัยเด็ก มันได้ผ่านพ้นมาแล้ว แต่จงเชื่อผมเถิดครับคนเรามันเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม โดยเฉพาะเยี่ยงเพื่อนผมคนนี้


          สายวันหนึ่งในศูนย์ เช่าบูชาพระเครื่องแห่งหนึ่งในกรุงเทพ  ไอ่คนมีบาปพระเอกของเรา นั่งส่องพระรอลูกค้าอยู่อย่างสลึมสลือ อาชีพรองของครอบครัวมันคือการ ให้เช่าบูชาพระเครื่อง ว่าง่ายๆก็ ขายพระเครื่องนั่นแหละครับด้วยอาการง่วงมันเลยหาวออกมาคำโต พอๆที่จะกลืนบิ๊กเปาเซเว่นได้ทั้งลูก แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!!

[ไอ่ต่อ] : เอ้ย .......อัง-ไอ-อู-อ๋าว-แอ้-อุ่-อ่า-ไอ้-อ้ายยย-อ๊ะ-เอี๊ย
[SubThai] : (เฮ้ย.......ทำไมกูหาวแล้วหุบปากไม่ได้วะเนี่ย)


          เข้าใจถูกแล้วครับท่านผู้อ่าน ขากรรไกรมันค้างเสียแล้ว มันเริ่มออกอาการงุ่นง่านทำอะไรไม่ถูก.....จะอ้าปากให้กว้างกว่านี้เพื่อให้กระดูกกรามเคลื่อนเข้าเดิมที่ก็ไม่ได้เพราะมันอ้าจนสุดเหยียดไปซะแล้ว.....เอามือดันปลายคางก็แล้วมันก็ไม่ยอมลง เมื่อรู้ว่าไม่มีวิธีที่จะสามารถหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์นี้ได้ด้วยตัวเอง


          มันจึงเดินฉีกปากเป็น ที-เร็กซ์ ไปขอความช่วยเหลือจากใครสักคนในละแวกนั้น ซึ่งกว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องน้ำลายมันก็หยดย้อยออกมาเป็นทางราวกับหมาบ้าแล้วไอ่ต่อก็ย้ายก้นดำๆของมันมาที่โรงพยาบาลโดยการช่วยเหลือของเพื่อนพันธมิตรเช่าพระ


          หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านพ้นไปมันก็ไม่กล้าที่จะอ้าปากหาวถึงขั้นกินดาวกินเดือนแบบนั้นอีก แต่ทว่าบาปกรรมที่มันก่อไว้แต่ชาติปางก่อนคงจะมากโขอยู่ คืนหนึ่งหลังจากที่แยกจากวงก๊งเหล้ามันก็กลับไปนอนที่บ้านตามปกติ จนกระทั่งตื่นนอนขึ้นมา............ใช่แล้วครับ ครั้งนี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุม สันดานนอนอ้าปากของมันก่อให้เกิดความวิบัติขึ้นแล้ว วิญญาณนักล่าพยาบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคจูราสิค แอบย่องมาเข้าสิงมันในตอนที่มันหลับอีกจนได้ เดือดร้อนต้องสื่อสารขอความช่วยเหลือน้องชายของมันด้วยภาษามือ หลังจากที่น้องชายของมันตั้งสติจากอาการหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลพรากได้ ก็รีบพามันดิ่งขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลโดยมีผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยปิดกันแมลงวันและความอุบาทว์ เมื่อมาถึง พยาบาลสาวหน้าตาสะสวยอนงค์หนึ่งก็ปรี่เข้ามาพร้อมกับรถเข็นของโรงพยาบาลแล้วบังคับให้มันนั่งไป "ทำไมกูต้องนั่งรถเข็นด้วยวะเนี่ย กูแค่ขากรรไกรค้างเฉยๆ ไม่ใช่โดนสะเก็ดระเบิดโจรใต้ขาขาดสักหน่อย T T"


          แล้วผ้าเช็ดหน้าผืนบางเจ้ากรรมของมันก็ปลิวหลุดเผยให้เห็น ฟัน 32 ซี่งามๆของมันจนได้.....นี่คือสิ่งที่นักแสดงตลกฝืดๆ ในคาเฟ่บางคนถวิลหามาทั้งชีวิต มันคือนิยามของอาการ "ฮาขี้แตก" อย่างแท้จริง ว่ากันว่า เสียงหัวเราะระงมที่ดังมาจากโรงพยาบาลแห่งนี้ดังไปจนถึงป้ายรถเมล์ทีเดียว


          และแล้วคุณหมอก็ได้ประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดวิชาการเอาขากรรไกรลงด้วยตัวให้กับมัน 1 คอร์ส หากท่านผู้อ่านท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมขอแนะนำวิธีการง่ายๆในการขับไล่วิญญาณ ที-เร็กซ์ คือ

 
          เมื่อเกิดอาการ ให้ใช้หัวแม่มือทั้ง 2 ข้างล้วงเข้าไปออกแรงกดฟันกรามซี่ในสุดของท่าน เพียงเท่านี้กระดูกขากรรไกรก็จะเคลื่อนเข้าที่เช่นเดิม

[NASSTY]
3月23日

ภาพมันฟ้อง~*

14 ชั่วโมง ก่อนมหาสงกรานต์จะเวียนมาบรรจบครบขวบปีอีกครั้ง ชานลาแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยมหาชนผู้มีเป้าหมายเดียวกัน นักศึกษาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมผู้อาภัพอย่างผมและไอ่ต่อ มีโปรเจคส่งอาจารย์ติดตัวกลับบ้านนอกถึง 3-4 โปรเจค มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ผมต้องหอบเอาบรรดาเครื่องเขียนติดตัวกลับไปด้วย และเพื่อความสะดวกในการเดินทางผมและไอ่ต่อ จึงเลือกใช้สีตลับถาดใหญ่ซึ่งขนาดและน้ำหนักมันก็ พอๆ กับ หนังสือเล่มหนาๆ เล่มหนึ่ง ไปเพียงอันเดียวแล้วใช้ร่วมกัน

มันบอกกับผมระหว่างรอรถว่า ปีนี้มันขอยืมบ้านนอกผมใช้ แล้วปีต่อไปเดี๋ยวมันจะใช้คืนให้ (รวมทั้งค่าเดินทางด้วย T T) ผมนั่งคุยกับมันไปสัพเพเหระ จนรถโดยสารกลางเก่ากลางใหม่สีส้มคันหนึ่งกำลังทิ่มหัวเข้ามารับผู้โดยสาร ยังไม่ทันได้จอดสนิทดีนัก ฝูงมนุษย์ผู้เฝ้ารอก็พรูพุ่งขึ้นไปจับจองที่นั่งกันอย่างกระสันอยาก

[NASSTY] : เฮ้ยมึงดูดิ ไอ่ต่อ คนแม่งแย่งกันขึ้นรถยังกะ ฝูงอสุจิวิ่งเข้ารังไข่เลยว่ะ
[ไอ่ต่อ] : เออจริง มึงนี่เปรียบเทียบได้เข้าท่าดีว่ะ กูล่ะเห็นภาพเลย
[ไอ่ต่อ] : อ่ะ แล้วนี่เราต้องไปรถคันไหนวะเนี่ย... กูดูเวลา ในตั๋วนี่ มันก็ได้เวลาแล้วนี่หว่า

......และแล้วผมกับไอ่ต่อก็ได้เป็น อสุจิ 2 ตัวสุดท้ายที่แหกขี้ตาวิ่งไปถึงรังไข่

กลางคิมหันต์อันร้อนระอุ บนรถโดยสารที่เบียดเสียดเยียดยัด และกลิ่นเหงื่อ ไม่มีที่นั่งว่างพอสำหรับผู้มาทีหลัง แล้วหลังจากที่ไอ่ต่อมันบริภาษใส่ผมอย่างสาแก่ใจแล้วมันก็ถอดเป้สะพายหลังที่บรรจุเสื้อผ้าและเครื่องเขียน แล้วยัดอย่างลวกๆ ไว้บนที่เก็บสัมภาระด้านบนที่นั่ง

เป้าหมายการเดินทางของผมคือ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ซึ่งอยู่ใจกลาง หมู่บ้านชาวไทยภูเขาหลายเผ่า ในจังหวัดตาก  แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในอำเภอเมือง แต่ที่นี่ ห่างไกลจากคำว่าเมืองลิลับ คุณนายอี๊ด และตาถึก พ่อและแม่ของผมปฏิบัติราชการอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมยอมเดินทางกลับบ้านในช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งปกติแล้วผมเลือกที่จะกลับไปในช่วงอื่นที่ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ซะมากกว่า แต่ด้วยตันหาของไอ่ต่อ มันอยากเที่ยวภูเขา มันอยากหาที่สงบนั่งทำงาน มันอยากหนีอากาศร้อน มันเป็นศิลปิน (และ ไม่มีเงินด้วย T T)

[NASSTY] : กูบอกมึงแล้ววว กลับต่างจังหวัดช่วงนี้ ลำบากชิบหาย ใครๆเค้าก็กลับกัน
[ไอ่ต่อ] : แสรดด ถ้าไม่ใช่เพราะมึงมัวแต่นั่งทอดอารมณ์หาสัจธรรม ป่านนี้กูก็ไม่ต้องห้อยโหนเป็นลิงเป็นค่างอย่างนี้หรอก
[ไอ่ต่อ] : ให้กูอารมณ์บูดมากๆ เดี๋ยว พ่อตดให้ดม แม่งทั้งรถซะเลย

รถโดยสารค่อยๆ วิ่งไปเรื่อยๆ ตามสภาพ ผมกับมันก็งัดเรื่องฮาๆมาคุยกันไปเพื่อฆ่าเวลา ระหว่างนี้ สีตลับที่มันยัดเอาไว้ในบนที่เก็บสัมภาระ ก็ค่อยๆ ไหลเลื่อนออกมาจากกระเป๋าตามความสั่นของรถ จนในที่สุดมันก็เข้าสู่กฏแรงโน้มถ่วงของนิวตันปลายทางอยู่ที่หัวกบาลของตาลุงแก่ๆ คนหนึ่ง ระหว่างนี้ผมกับไอ่ต่อก็เหลือบไปเห็นพอดี ผมตะโกนเรียกชื่อมันออกไปพร้อมกับชี้ไปที่ สีตลับที่กำลังหลุดร่วงออกมาจากระเป๋าพร้อมๆกับที่ ไอ่ต่อ เอื้อมมือออกไปคว้าด้วยความหวัง อันริบหรี่......... แล้วมันคว้าได้ทันหลังจากเสียงวัตถุสองชิ้นกระทบกันดังขึ้น

เสียงดังสนั่นอันเกิดจาก มวลของพลาสติกโพลิเอทิลีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษๆ ทางด้านสันของมัน กระทบกับ กระโหลกศีรษะมนุษย์ที่ไม่มีเส้นผมปกคลุม บวกกับเสียงที่ผมเปล่งเรียกชื่อมันไปเมื่อสักครู่นี้ดังพอที่จะทำให้อสุจิทุกตัวในรังไข่ใบนี้หันมามอง

สิ่งที่ ทุกๆคนในรถเห็นก็คือ คือชายแก่หัวล้านคนหนึ่งนั่งกุมหัวน้ำตาเล็ด จมูกบานหุบเข้าหุบออก ตาหยี๋ไปข้างหนึ่ง ซึ่งหันไปมองชายอีกคนหนึ่งกำลังโก่งตัวยื่นมือออกไปเหนือหัวตาแก่เคราะห์ร้าย ในมือของเขาถืออุปกรณ์ที่เป็นของกลาง และมีชายอีกคนหนึ่ง ยืนชี้นิ้วไปยังจุดเกิดเหตุ ภาพหยุดไว้แค่นี้...........

ไม่ต้องบรรยายอีกแล้วครับว่า ใครคือผู้ร้าย ใครคือเหยื่อ ใช้อะไรเป็นอาวุธ และใครคือพยานในที่เกิดเหตุ ภาพที่ออกมามันชัดเจนเหลือเกิน

[NASSTY]

3月3日

แยมโรล~ มานกลับมาสร้างความระทึกอีกแล้ววว~*

มันเป็น หมาพุดดิ้ง ตัวหนึ่ง
มันเคยมาเยือนที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว เนื่องจากเจ้าของมันเอามาฝากไว้
มันเป็นหมาโรคจิต หวาดระแวงไปทั่ว เห็นอะไรก็กลัวไปหมด

เรื่องราวที่ทุกคนจะจดจำไปนานมันเริ่มต้นที่ ไอ่เจ้าแยมโรลแอบไปซุกอยู่ใต้โต๊ะคอมของพนักงานเคราะห์ร้ายรายหนึ่งด้วยความหวาดระแวง คล้ายๆอาการเมากัญชาพาหลอน

เขาพยายามใช้ไม้เขี่ยตัวมันเบาๆ เพื่อให้มันออกมาจากใต้โต๊ะด้วยความหวังดี


แล้วเหตุการณ์สยองก็เกิดขึ้น มันตกใจวิ่งพล่านไปทั่ว ขี้แตกเยี่ยวราด กระจัดกระจาย พวกเราทุกคนช่วยกันไล่จับมานกันทั่วออฟฟิส พนักงานสาวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ถูกสะเก็ดระเบิดเต็มเสื้อ ขณะจะอุ้มมันไปล้าง เราทำอะไรกับมันไม่ได้ มันระแวง มันหวาดกลัว มันตื่น และ มันเหม็น - - จากเหตุการณ์วันนี้ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงนิยามของคำว่า "เละ" มันเป็นอดีตไปแล้ว........................

วันเวลา และ ฤดูกาล ไหลผ่านตัวเราไป ความทรงจำอันเลวร้ายค่อยๆ ลืมเลือน

!!วันนี้!!มานกลับมาอีกครั้งผมเข้าออฟฟิสด้วยความสดใส อารมณ์ปลอดโปร่ง แต่กลับได้ยินเสียงกระซิบบอกข่าวร้ายอันน่าหวาดหวัน
....ในมุมมืดๆ อับชื้น ใต้โต๊ะ มุมหนึ่งในออฟฟิส มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเราอยู่ (เจ้าของมันเอามาทิ้งไว้อีกแล้ว T T บาดดซบบ)พวกเราได้แต่เฝ้าทำงานอย่างหวาดระแวง(เมิงไม่ต้องมากลัวกูเลยไอ่แยมโรล กูอ่ะกัวเมิงยิ่งกว่าอีก T T)และหวังไว้ว่าว่า เหตุการณ์มันจะไม่เกิดซ้ำรอยเดิม พนักงานรุ่นพี่ต่างรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรกับมัน ประสบการณ์มันสอนเราให้รู้ว่า อย่าปายยุ่งก๊ะมัน - -
และหวังไว้ว่า เหตุการ์ณนี้ จะค่อยๆ จางหายไปกับความทรงจำ.....
[NASSTY]
6月13日

ไอ่ต๊ะกับรุ่นพี่และใบไม้

Category :: ประโยคบอกเล่า
ไอ่ต๊ะเป็นลูกพ่อถึกกะคุณนายอี๊ด-ไอ่ต๊ะเป็นน้องชายผม-ไอ่ต๊ะเข้ากรุงเทพมาเรียนนิติรามคำแหง-ไอ่ต๊ะโดนรุ่นพี่รับน้องที่ต่างจังหวัด-รุ่นพี่ห้ามเอาเงินติดตัวไป-รุ่นพี่ตั้งวงกินเหล้า-รุ่นพี่รู้ว่าไอ่ต๊ะไม่มีเงิน-รุ่นพี่แกล้งลองภูมิไอ่ต๊ะ-รุ่นพี่พูดกับไอ่ต๊ะ-รุ่นพี่พูดว่า "พี่พูดอะไรต้องเป็นอย่างนั้นใช่มั๊ย"-ไอ่ต๊ะบอก"ใช่"-รุ่นพี่พูดว่าน้องต้องเชื่อฟังใช่มั๊ย"-ไอ่ต๊ะบอก"ใช่"-รุ่นพี่เด็ดใบไม้ไอ่ต๊ะหนึ่งใบ-รุ่นพี่บอกไอ่ต๊ะว่าใบไม้นี่คือแบงค์ร้อย-รุ่นพี่ใช้ไอ่ต๊ะเอาใบไม้ไปซื้อเหล้ากับบุหรี่-รุ่นพี่บอกไอ่ต๊ะให้เหลือตังทอนมาด้วย-รุ่นพี่บอกไอ่ต๊ะถ้าไม่ได้ไม่ต้องกลับมา-รุ่นพี่บอกไอ่ต๊ะว่าถ้าไม่ได้ตามที่สั่งแล้วกลับมาจะโดนลงโทษ-ไอ่ต๊ะไม่มีเงินติดตัวสักบาท-ไอ่ต๊ะเหงื่อตก-รุ่นพี่หัวเราะก๊าก-ไอ่ต๊ะต้องทำอะไรสักอย่าง-ไอ่ต๊ะเดินไปคิดไป-ไอ่ต๊ะคิดได้ ไอ่ต๊ะคุยกับป้าเจ้าของร้าน-ไอ่ต๊ะขอเซ็นเหล้ากับบุหรี่จากป้า-ไอ่ต๊ะบอกให้ป้าลงบัญชีรุ่นพี่-ไอ่ต๊ะแก้เผ็ดรุ่นพี่-ไอ่ต๊ะบอกป้าคิดเงินแพงๆ-ไอ่ต๊ะได้เหล้ากับบุหรี่มาแล้ว-ไอ่ต๊ะยังขาดเงินทอนที่รุ่นพี่ต้องการ-ไอ่ต๊ะเดินไปคิดไป-ไอ่ต๊ะคิดได้-ไอ่ต๊ะเดินกลับไปหารุ่นพี่-ไอ่ต๊ะส่งเหล้ากับบุหรี่ให้รุ่นพี่-รุ่นพี่งง-รุ่นพี่ถามหาเงินทอน-ไอ่ต๊ะบอกรุ่นพี่ว่า "ป้าแกไม่มีเงินทอนวันหลังค่อยไปจ่าย"-ไอ่ต๊ะยื่นใบไม้ใบเดิมคืนให้รุ่นพี่........ไอ่ต๊ะไม่โดนลงโทษ-ไอ่ต๊ะได้เป็นประธานรุ่น